2004/Jul/05

 

======= 1st : Have you ever .. ?? ========

เคยโง่ไหม ?

โง่ที่คิดว่า.....ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
โง่ที่คิดว่า.....ใครบางคนให้ความสำคัญกับตัวเรามากกว่าคนอื่น
โง่ที่คิดว่า.....คนที่เรารัก เค้าจะรักเราคนเดียว
โง่ที่คิดว่า.....คนที่เราดีใจเมื่ออยู่ใกล้เค้า จะไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่ทำ ให้เราเสียใจที่สุด
โง่ที่คิดว่า.....เรามีความสำคัญกับใครคนหนึ่งมากจนเค้าขาดเราไม่ได้
โง่ที่คิดว่า.....การโกหกจะไม่เกิดขึ้นระหว่างคู่รักที่รักกันจริงๆ
โง่ที่คิดว่า.....คำหวานจากปากเค้า เค้าพูดเพราะเป็นห่วงเราจริงๆ
โง่ที่คิดว่า.....เวลาที่เราต้องการเค้าที่สุด เค้าจะอยู่กับเราเสมอ

.....

อยากฉลาดไหม ?

ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......ความพยายามบางครั้งมันก้อเป็นแค่ความพยายาม
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......อย่าหวังว่าใครจะเห็นเราสำคัญมากไปกว่าตัวเค้าเอง
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คนที่เรารัก....บางทีเค้าก็มีคนที่เค้ารัก
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คนที่เราอยู่ใกล้เค้าแล้วมีความสุขอาจเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คำหวานจากปากเค้า เค้าพูดเพียงเพราะเค้าชอบพูดคำหวานกับใครๆ เสมอ....ก็แค่นั้น
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......การโกหกเกิดขึ้นตลอดเวลาไม่ว่าใคร
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คนที่เรารักอาจเป็นคนเดียวกันกับคนที่ไม่เคยรักเรา
ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......เวลาที่เราต้องการเค้าที่สุดอาจเป็นเวลาเดียวกันกับเวลาที่เค้าหมดรักเราแล้ว

 

 

======= 2nd : ข้อแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ========


ผู้ชาย จ่ายเงิน 10 บาท เพื่อให้ได้ของราคา 5 บาท ถ้าเขาต้องการมัน
ผู้หญิง จ่ายเงิน 5 บาท เพื่อให้ได้ของ 10
บาทที่เธอไม่ต้องการแต่เพราะมันลดราคา

ผู้หญิงกังวลเกี่ยวกับอนาคต..........จนกว่าเธอจะมีสามี
ผู้ชายไม่เคยกังวลเกี่ยวกับอนาคต..........จนกว่าเขาจะมีภรรยา

ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จคือ................คนที่สามารถหาเงินได้มากกว่าที่ภรรยาของเขาสามารถใช้ให้หมดได้
ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จคือ..............ผู้หญิงที่หาผู้ชายคนดังกล่าวเจอ

การจะมีความสุขกับผู้ชาย.......................คุณจะต้องเข้าใจเขาให้มากโดยรักเขาเพียงนิดเดียวก็พอ
การจะมีความสุขกับผู้หญิง......................คุณต้องรักเธอมากๆ
และอย่าคาดหวังว่าจะเข้าใจเธอ

ชายที่แต่งงานแล้วอายุยืนกว่าชายที่เป็นโสด....................................แต่ชายที่แต่งงานแล้วยินดีจะตายมากกว่า
ผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชายโดยคาดหวังว่า.....เขาจะเปลี่ยนแปลง.............................แต่เขาไม่
ผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงโดยคาดหวังว่า.....เธอจะไม่เปลี่ยน......................แต่เธอเปลี่ยนไป.....

ผู้หญิงจะเป็นคนกล่าวคำสุดท้ายในการโต้เถียงทุกครั้ง
ชายผู้ใดกล่าวอะไรหลังจากนั้นจะเป็นการเริ่มการโต้เถียงครั้งใหม่

 

 

======= 3rd : Love Theory. ========

 

 









 



======= Last : The 'L I T T L E' things. ========


This is a wonderful story.... read on!

After Sept. 11th, one company invited the remaining members of other companies who had been decimated by the attack on the
Twin Towers to share their available office space. At a morning meeting, the head of security told stories of why these people were alive...... and all the stories were just: The 'L I T T L E' things.

As you might know, the head of the company got in late that day because his son started kindergarten.
Another fellow was alive because it was his turn to bring donuts.
One woman was late because her alarm clock didn't go off in time.
One was late because of being stuck on the NJ Turnpike because of an auto accident.
One spilled food on her clothes and had to take time to change.
One's car wouldn't start.
One went back to answer the telephone.
One had a child that dawdled and didn't get ready as soon as he should have
One couldn't get a taxi.
One of them missed his bus.
The one that struck me was the man who put on a new pair of shoes that morning, took the various means to get to work but
before he got there, he developed a blister on his foot. He stopped at a drugstore to buy a Band-Aid. That is why he is alive today.

Now when I am stuck in traffic, miss an elevator, turn back to answer a ringing telephone all the little things that annoy me. I think to myself, this is exactly where God wants me to be at this every moment.  So next time your morning seems to be going wrong, the children are slow getting dressed, you can't seem to find the car keys, you hit every traffic light, don't get mad or frustrated; God is at work watching over you.
May God continue to bless you with all those annoying little things and may you remember their possible purpose.  Pass this on to someone else, if you'd like. There is NO LUCK attached. If you delete this, it's okay: God's Love Is Not Dependent on E-Mail.

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ความลับ... ได้ยินว่ามักเป็นสีดำ
ความรัก... จำได้ว่าเป็นสีชมพู

ความลับ... ต้องกระซิบข้างข้างหู
ความรัก... อาจรับรู้ได้ด้วยหัวใจ

ความลับ... ต้องมีการวางแผน
ความรัก... จะกี่หมื่นแสนก็ยังยิ่งใหญ่

ความลับ... ถ้าบอกจะไม่ลับอีกต่อไป
ความรัก... ได้ฟังเมื่อไหร่ก็ยังคงงดงาม

ความลับ... ฟังแล้วอาจสงสัย
ความรัก... มักไม่ต้องมีคำถาม

ความลับ... ต้องเก็บให้ดีคือคำนิยาม
ความรัก... อาจไม่ต้องให้คำจำกัดความมาปะปน

ความลับ... จะไม่บอกให้ใครรู้
ความรัก... อยากให้ได้ฟังอยู่...ก็สุขล้น

ความลับ... เข้าไปมากจะวกวน
ความรัก... แค่อยู่ในใจใครสักคน...ก็เพียงพอ
#1  by  ArShuRaZ At 2004-07-05 15:16, 
ไม่มีไรหรอก

แค่เมวเต็ม

ละนั่งเชคเมวทั้งวันเลยวันนี้ T_T
#2  by  ArShuRaZ At 2004-07-05 17:35, 
ชอบไดวันนี้จังยม
#3  by  ``GoLf () At 2004-07-05 19:37, 
สักวันจะขโมยไปปรินซ์
#4  by  ``GoLf () At 2004-07-05 19:38, 
ไม่ใช่ไดน่อ ... บล๊อก..
#5  by  ArShuRaZ At 2004-07-05 20:14, 
ชอบอันแรกมากเลย อันที่ว่าเคยโง่ ๆ ๆ ๆ น่ะ

จำได้ว่าตอนนั้นกะลังเศร้าฟูมฟายมาก เพราะอกหัก

แฟนเก่ารู้เข้า เลยเมลล์มาให้ อ่านจบก็ฉลาดขึ้นซะ
#6  by   A N E W At 2004-07-06 00:02, 
หูยย..... ยาวแฮะวันนี้
อันสุดท้ายรู้สึกอ่านแล้วค้างๆงัยไม่รู้นะพี่
เหมือนมันไม่ค่อยครบ แต่ก็พอแปลโอเคอ่ะ :)
#7  by  yerenemy At 2004-07-06 23:46, 
โอ้ชีวิต..เกิดมา..ไม่สวยหรู
เกิดเป็นหมู..ดูไม่แจ่ม.แอร่มศรี
วาสนา..อาภัพ..ดับสิ้นดี
มีชีวี..อยู่ไป..ให้ปังตอ

จะขอสาป..บาปกรรม..ทำกับข้า
ให้ตาย-่า..แตกดับ..ไม่เหลือหลอ
ใครกินเรา..ขอให้เกาต์..มันขึ้นคอ
จะขอรอ..ดูผลกรรม..ทำกับเรา

จะหมูกรอบ..หมูจุ่ม..หมูสามชั้น
หมูติดมัน..คอหมูย่าง..หรือเกาเหลา
ทำอะไร..ก็อร่อย..หรือวะเรา
ซวยไม่เบา..เกิดเป็นหมู.ตูแสนเซ็ง.
#8  by  ArShuRaZ At 2004-07-07 13:02, 
ตะกี้แปะผิดอัน

::::::::::::::::::

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรักที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง คือ

" ถ้ารักกันแล้วเราขาดกันไม่ได้ "
ยกตัวอย่างกรณีที่เราจะพบเสมอ
ทันทีที่รู้ว่าคน (ที่เรา) รักจากไปสู่ที่ชอบๆ

...คือไปอยู่กับคนที่เขาชอบมากกว่าเรา
และที่ชอบของเขาเป็นที่ไม่ชอบของเรา

ไม่ว่าหญิงหรือชายจะเกิดอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับ จะเป็นจะตาย หลายรายถึงกับสำเร็จความตายด้วยตนเอง...คิดว่าเป็นการบูชาความรัก

ตัวอย่าง คนไข้สาวรายหนึ่ง
แฟนหนุ่มมีอันต้องจำพรากจากไป...อยู่กับสาวอื่นแทน

เธอพรอดพร่ำรำพันต่อหน้าจิตแพทย์
" หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก
แล้ว หนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา "

เธอลืมไปว่าก่อนที่จะมีเขา เธอก็ยังมีชีวิตอยู่ได้

" หนูรักเขามากค่ะ...คุณหมอขา
คุณหมอคงเข้าใจใช่ไหมคะว่าหนูรักเขามากแค่ไหน"

ถ้อยคำมากมายพรั่งพรูจากปากของเธอ
ขณะที่กระแสน้ำตาที่คลอเบ้าหลั่ง
ล้นท้นท่วม จนกระดาษทิชชูที่มีอยู่ไม่เพียงพอ

จิตแพทย์เริ่มคิดถึงวัสดุผ้าที่มีคุณสมบัติในการซึมซับของเหลวได้มากกว่า...

" คุณเข้าใจผิดเสียแล้วล่ะครับ คุณไม่ได้รักแฟนคุณหรอก "
จิตแพทย์พูดบ้าง หลังจากฟังมานาน

" คุณหมอหมายความว่ายังไง ก็หนูเพิ่งพูดไปแหม่บๆ
ว่าถ้าขาดเขาเสียแล้วชีวิตของหนูก็อยู่ไม่ได้ "

น้ำเสียงเธอแสดงความไม่พอใจ จิตแพทย์พยายามอธิบาย

"สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดไม่ได้เรียกว่าความรักหรอกครับ
เขาเรียกว่า...ภาวะกาฝาก

ตราบใดที่คุณยังต้องพึ่งใครสักคนเพื่อความอยู่รอดของคุณ คุณก็ทำตัวเหมือนพยาธิ ในลำไส้ของเขา....

มันทำให้ชีวิตคุณไม่มีทางเลือกและขาดอิสรภาพ
มันกลายเป็นภาวะจำเป็นมากกว่าความรัก "

คนไข้สาวช็อคไปชั่วขณะ
นึกว่าจะได้รับคำปลอบใจที่มีคุณภาพสูงกว่า
ที่เคยได้จากเพื่อนๆ ...

แต่หมอพูดต่อทั้งๆ ที่คนไข้กำลังนั่งนิ่งตะลึงด้วยความมึนงง เหมือนจงใจ " ซ้ำเติม " ปัญญาสู่จิตอันขลาดเขลา

" ความรักที่แท้ต้องมีอิสรภาพ...คนสองคนจะรักกันได้ก็ต่อเมื่อเขาทั้งสองสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามลำพังอย่างไม่เป็นทุกข์ แต่เขาทั้งสองก็เลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อความสุขที่มากขึ้น "

ฉับพลันทันใดในดวงใจของหญิงสาว...พุทธิปัญญาก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างพวยพุ่ง

ดวงตาเห็นธรรมเป็นแสงสว่างส่องทางชีวิตให้หลุดพ้นจากหุบเหวห้วงอารมณ์อันมืดมิด...

เธอใช้เวลาตั้งสติพักหนึ่ง สีหน้าเริ่มสงบ คิ้วผ่อนคลายขมวดรอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏที่มุมปาก ก่อนเปล่งวาจา

"คำพูดของคุณหมอเปรียบเสมือน แสงตะวันที่สาดส่องทะลุทำลายกำแพงเมฆหมอกแห่งมิจฉา
ทิฐิของดิฉันบัดนี้ดิฉันได้เห็นแล้วซึ่งสัจธรรม
ต่อแต่นี้ไปจะขอดำเนินชีวิตที่เหลือตามรอยแห่งพุทธะ...สาธุ "

จิตแพทย์ที่กล้าพูดเตือนสติแทนการพูดประคองใจท่านนี้ คือ Dr.Scott Peck

ซึ่งได้เขียนบรรยายเหตุการณ์เรื่องนี้ในหนังสือขายดิบขายดีชื่อ The Road Less Traveled

ซึ่งท่านได้ให้แนวคิด เรื่อง "ภาวะพึ่งพิง " (Dependency)
ไว้ด้วยความหมายว่า

เป็นภาวะที่เราไม่สามารถดำเนินชีวิตโดยปราศจากการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลอื่น

ในภาวะปกติเราอาจต้องพึ่งพิงขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นในกรณีที่เราได้รับบาดเจ็บ หรือกำลังป่วย

แต่หากเรามีสุขภาพร่างกายที่ดีแล้วยังต้องพึ่งพิงผู้อื่นทางจิตใจ เพื่อช่วยให้เราเป็นสุขี แสดงว่าสุขภาพทางจิตของเรากำลังย่ำแย่ เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

เวลาที่ผ่านไป จะช่วยเยียวยาบาดแผลให้สมานจนหายสนิท พร้อมภูมิต้านทานทางใจที่มากขึ้น...

คนที่มีสุขภาพจิตดีจะให้ความรักแก่ตัวเองเป็น และดำเนินชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงใคร

แต่อาจพึ่งพาในบางกรณี เพราะคนเราไม่ได้เก่งหรือทำเป็นหมดทุกอย่าง

แต่ถ้าคุณถึงขั้น " ขาดเขาไม่ได้ "
...จงอย่าเอาคำว่า " รักเขามากเหลือเกิน "

มาลวงหลอกใจตัวเอง ยิ่งต้องถึงคิดฆ่าตัวตาย
...ยิ่งแสดงว่า " แม้แต่ตัวเอง ก็ยังไม่รัก "

หลายคนคิดว่าถ้าฉันฆ่าตัวตาย
จะทำให้เขารู้สึกผิดกับการกระทำของเขาที่ทิ้งเราไป

ตั้งวัตถุประสงค์ของกิจกรรมว่า " เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"

...คิดอย่างนี้ส่วนใหญ่มักตายฟรี

ปัจจุบันผู้หญิงไทยมีการศึกษา
มีการงานและความสามารถไม่แพ้เพศชาย

ไม่จำเป็นต้องอาศัยเพศชายเป็นผู้นำของชีวิตเหมือนหญิงไทยสมัยโบราณ...

การอยู่เป็นโสด เป็นหม้าย หรือหย่าร้าง
ไม่มีผลถึงกับทำให้วิญญาณต้องหลุดออกจากร่าง

ผู้หญิงทั้งหลายจึงสามารถใช้ชีวิตด้วยตนเองได้อย่างมีความสุขและ ภาคภูมิใจ ในเกียรติของผู้หญิง

และหากได้พบชายใด ที่เราเห็นว่าทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากขึ้น และดีขึ้นกว่าการ อยู่คนเดียว

คุณก็อยู่ในฐานะที่มีโอกาสเลือก...ไม่ใช่จำเป็นต้องเลือก
หรือจำใจเลือกเขามาเป็นคู่ชีวิต

ขอกล่าวทวนประโยคเดิมที่จิตแพทย์ Dr.Scott Peck
พูดกับคนไข้ด้วยภาษาต้นฉบับ

" Love is the free exercise of choice. Two people love each other only when they are quite capable of living without each other but choose to live with each other "
#9  by  * Night Wanderer * At 2004-07-12 02:20, 
เอ๋อๆๆไม่ใช่ไดก้อได้ว่ะ

ชอบเมล์FW ของแกจังยม

^^
#10  by  ``GoLf () At 2004-07-13 01:04, 
Hello! Good Site! Thanks you! gynofsrxoapdn
#11  by  ctghevoqof (217.159.190.94) At 2008-01-28 10:27, 

<< Home